วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555

รู้จักหั่นแครอท..ต้านมะเร็ง





ว่า กันว่า “แครอท” มีสารต้านมะเร็งอยู่ในตัวของมัน แต่ว่าถ้าหากเราไม่รู้จักวิธีที่จะนำมารับประทานให้ถูกต้อง แครอทก็ไม่แตกต่างจากผักอื่นๆ ค่ะ
ล่าสุดมีรายงานข่าวบอกว่า นักวิจัยแนะนำอย่าหั่นแครอทเป็นชิ้นๆ ก่อนปรุงอาหาร เพราะจะสูญเสียประสิทธิภาพของสารต้านมะเร็งที่อยู่ในแครอท
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล พบว่า หากนำแครอทมาต้มก่อนหั่นเป็นชิ้น แครอทจะมีสาร “ฟอลคารินอล” ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง มากกว่าหั่นเป็นชิ้นก่อนนำไปต้มถึง 25% สารฟอลคารินอลมีประโยชน์ในการต้านเซลล์มะเร็ง เพราะจากการทดลองกับหนูที่ให้กินสารชนิดนี้พบว่ามีพัฒนาการของเนื้อร้ายลดลง ซึ่งผลการศึกษาจะเสนอต่อที่ประชุมโภชนาการและสุขภาพที่ประเทศฝรั่งเศส
ดร.เคอร์สเทน แบรนด์ท หัวหน้านักวิจัยจากคณะเกษตร อาหารและการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล กล่าวว่า การหั่นแครอทเป็นชิ้นเพิ่มพื้นที่ผิว ซึ่งจะทำให้สารอาหารถูกกรองทิ้งลงไปรวมกับน้ำในขณะประกอบอาหาร แต่ถ้าต้องการให้สารอาหารเหล่านี้ยังคงมีอยู่อย่างเต็มที่ ก็จะต้องหั่นเป็นชิ้นหลังปรุงเสร็จแล้ว
นักวิจัยระบุว่า หนูทดลองที่กินอาหารซึ่งประกอบด้วยแครอท หรือสาร “ฟอลคารินอล” จะมีโอกาสน้อยลงถึง 30% ที่เนื้อร้ายจะพัฒนาเป็นมะเร็งอย่างเต็มที่
นักวิจัยบอกด้วยว่า แครอทเมื่อถูกทำให้ร้อน ความร้อนจะฆ่าเซลล์ ทำให้สูญเสียความสามารถที่จะเก็บน้ำไว้ภายใน แต่สาร “ฟอลคารินอล” จะมีความเข้มข้นขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความร้อนทำให้ผนังเซลล์แครอทอ่อนนุ่ม ทำให้สารอาหารที่สามารถละลายได้ในน้ำ เช่น น้ำตาลและวิตโดยปกติแล้ว กรรมวิธีในการทำอาหารที่มีแครอทเป็นส่วนประกอบนั้นจะต้องหั่นแครอทเป็นชิ้น ก่อน ซึ่งน้อยครั้งที่จะเห็นการปรุงอาหารแบบใช้แครอททั้งหัวก่อนนำมาหั่นทีหลัง แต่งานวิจัยทางด้านโภชนาการอันล่าสุดพบว่าการหั่นแครอทหลังจากปรุงสุกแล้วจะ ช่วยเพิ่มปริมาณสารต้านการเกิดมะเร็งได้ถึง 25% ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้เป็นผลงานวิจัยของนักวิทยาศตร์จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล (Newcastle University) ประเทศอังกฤษ



Dr Kirsten Brandt และ Ahlam Rashed สองนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าการต้มแครอทก่อนที่จะนำมาหั่นนั้น ตัวแครอทจะมีปริมาณสาร falcarinol ที่เป็นสารประกอบในแครอทและมีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็งมากขึ้นกว่า 25% และมากกว่าแครอทที่ถูกหั่นก่อนจะนำไปต้ม

โดยปกติแล้วแครอทจะมีส่วนที่เป็นน้ำตาลอยู่และทำให้แครอทมีรสหวานและเมื่อ เปรียบเทียบรสชาติของแครอทที่ถูกต้มทั้งหัว กับแครอทที่ถูกหั่นก่อนต้มนั้น แครอทประเภทแรกจะมีรสหวานและรสชาติอร่อยกว่า ดังนั้นการรับประทานแครอทที่ต้มก่อนหั่นจะได้รับทั้งสารอาหารและมีรสชาติที่ อร่อยกว่าแครอทที่ถูกหั่นก่อนต้ม

การหั่นแครอทเป็นชิ้นเล็กๆจะทำให้เพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสของแครอท และถ้ายิ่งหั่นชิ้นเล็กมากเท่าใด ปริมาณสารอาหารก็จะลดลงไปอีก เพราะสารอาหารในแครอทจะออกมาอยู่ในน้ำแทน ซึ่งการต้มแครอททั้งหัวก่อนหั่นจะช่วยลดพื้นที่ผิวสัมผัสของแครอทและทำให้ สารอาหารถูกเก็บกักไว้ภายในแครอท ดังนั้นรสชาติและสารอาหารที่ได้จึงอร่อยและมีมากกว่า

การค้นพบครั้งแรกของสาร falcarinol พบเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งสาร falcarinol เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและมีอยู่ในแครอท สารชนิดนี้ถูกค้นพบโดย Dr Brandt และเพื่อนร่วมงานในมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลและมหาวิทยาลัย Southern Denmark

ซึ่งในส่วนของการวิจัยและทดลองนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองกับหนู และหนูที่รับประทานแครอทเป็นประจำจะมีอัตราความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกหรือ การเป็นมะเร็งน้อยกว่า 1 ใน 3 ของหนูในกลุ่มควบคุม โดยการทดลองส่วนนี้ใช้แครอทดิบเป็นอาหารให้หนูทาน นักวิจัยได้ทำการตรวจสอบลักษณะและปริมาณของสารอาหารหรือสารประกอบภายในแครอ ทว่ามีการเปลี่ยนแปลงเช่นใดเมื่อถูกความร้อน ความร้อนจะทำลายเซลล์ในแครอท จึงทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ และปริมาณของสาร falcarinol น้ำในแครอทจะลดลง

นักวิทยาศาสตร์ให้คนประมาณ 100 คนทำการทดลองชิมแครอทที่หั่นก่อนต้ม และแครอทที่ต้มก่อนหั่นเพื่อเปรียบเทียบรสชาติของแครอท ผลที่ได้พบว่ามากกว่า 80% ของกลุ่มทดลองบอกว่าแครอทที่ต้มก่อนหั่นมีรสชาติที่อร่อยกว่า

นักวิทยาศาสตร์ยังสรุปอีกว่าคนเราทุกคนต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยการทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและในปริมาณพอ เหมาะในทุกวัน ดังนั้นการฉลาดเลือกอาหารเพื่อบริโภคถือเป็นสิ่งแรกที่สำคัญ

ที่มาhttp://www.physorg.com/news164467430.html


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น